รากที่2

posted on 23 Aug 2009 21:38 by wertyuio

บทนิยาม  ให้  a  แทนด้วยจำนวนใด ๆ หรือศูนย์ 
 
             รากที่สองของ a  คือจำนวนที่ยกกำลัง

             สองแล้วได้  =  a
 

 

  ตัวอย่างเช่น:-

      3  เป็นรากที่สองของ 9 เพราะเมื่อเอา  32  แล้วได้ =  9  หรือ

    -3  ก็เป็นรากที่สองของ 9 เช่นกัน เพราะเมื่อเอา (- 3)2=9 
(บ x ลบ = บวก)
               หรือ  
    มีรากที่สองเป็น   3  และ  -3

      7 เป็นรากที่สองของ 49 เพราะเมื่อเอา  72  แล้วได้ =  49  หรือ

    -7 ก็เป็นรากที่สองของ 49 เช่นกันเพราะเมื่อเอา(- 7)2 =  49

       หรือ       มีรากที่สองเป็น   7  และ  -7  

   แนวคิดคือ  การจะหารากที่สองของจำนวนใด ๆ  ก็ต้องคิดว่า จำนวนอะไร

                 เอ่ยที่คูณตัวเอง สองครั้ง(คูณตัวเองสองครั้งเรียกว่ายกกำลัง
                 สอง)จะได้จำนวนตามที่กำหนด  ดังเช่นตัวอย่างข้างบน หรือ

                
-  ให้หา   ก็คือหาว่าเลขอะไรคูณตัวเองสองครั้งแล้วได้ 16

                         นั่นคือ 4x4 หรือ  -4 x -4  ได้  16 (ลบคูณลบจะได้ค่าเป็นบวก)                -  หรือ    ก็คือหาว่าเลขอะไรคูณตัวเองสองครั้งแล้วได้ 64

                    นั่นคือ 8 x 8 หรือ  -8 x -8  ได้ 64 (ลบคูณลบจะได้ค่าเป็นบวก)                -  หรือ        ก็คือหาว่าเลขอะไรคูณตัวเองสองครั้งแล้วได้

                    1225 นั่นคือ 35x35 หรือ (-35) x (-35) ได้ 64 ตัวอย่างนี้

                   
ค่อนข้างจะลำบากต่อการที่จะคิดว่าอะไรคูณกันสองครั้งแล้ว

                    ได้ 1225 เราจะมีวิธีการอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจะกล่าวในตอนที่ 2

 

วิชาว่ายนำ

posted on 30 Sep 2008 15:25 by wertyuio
กีฬาว่ายน้ำ(Swimmimg) ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะมนุษย์สามารถว่ายน้ำได้ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์ที่ตั้งภูมิลำเนาอยู่ตามชายทะเล แม่น้ำ ลำคลอง และที่ราบลุ่มต่าง ๆ เช่น พวกเอสซีเรีย อียิปต์ กรีก และโรมัน มีการฝึกหัดว่ายน้ำกันมาตั้งแต่ก่อนคริสต์กาล เพราะมีผู้พบภาพวาดเกี่ยวกับการว่ายน้ำในถ้ำบนภูเขาแถบทะเลทรายลิบยาน การว่ายน้ำในสมัยนั้นเพียงเพื่อให้สามารถว่ายน้ำข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ หรือเมื่อเกิดอุทกภัยน้ำท่วมป่าและที่อยู่อาศัย ก็สามารถพาตัวไปในที่น้ำท่วมไม่ถึงได้อย่างปลอดภัย การว่ายน้ำได้มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

แต่มีหลักฐานบันทึกไว้ไม่นานนัก Ralph Thomas ให้ชื่อแบบว่ายน้ำที่มนุษย์ใช้ว่ายกันมาตั้งแต่เดิมว่า ฮิวแมน สโตร์ก(Human stroke) นอกจากนี้พวกชนชาติสลาพและพวกสแกนดิเนเวียรู้จัก

การว่ายน้ำอีกแบบหนึ่ง โดยใช้เท้าเคลื่อนไหวในน้ำคล้ายกบว่ายน้ำ หรือที่เรียกว่าฟล็อคคิก(Flogkick) แต่วิธีการเคลื่อนไหวของท่าแบบนี้จะทำให้ว่ายน้ำได้ไม่เร็วนัก

แข่งขันว่ายน้ำครั้งการแแรกได้จัดขึ้นที่ วูลวิช บาร์ท(Woolwich Baths) ใกล้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2416 การแข่งขันครั้งนั้นมีการ แข่งขันเพียงแบบเดียวคือ แบบฟรีสไตล์(Free style)


โดยผู้ว่ายน้ำแต่ละคนจะว่ายแบบใดก็ได้ ในการแข่งขันครั้งนี้ J. Arthur Trudgen เป็นผู้ได้รับชัยชนะ โดยเขาได้ว่ายแบบเดียวกับพวกอินเดียแดงในอเมริกาใต้ คือแบบยกแขนกลับเหนือน้ำ ซึ่งเป็นวิธีการว่ายน้ำของเขา
ได้กลายเป็นแบบที่ได้รับความนิยม มากจนได้ชื่อว่า ท่าว่ายน้ำแบบทรัดเจน(Trudgen stroke)


ประชาชนชาวโลกได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการว่ายน้ำเพิ่มมากขึ้น เมื่อเรือเอก Mathew Webb ได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษจากเมืองโดเวอร์ คาเลียส เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2418 โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง 45 นาที
ด้วยการว่ายน้ำแบบกบ (Breast stroke) ข่าวความสำเร็จอันนี้ได้สร้างความพิศวงและตื่นเต้นไปทั่วโลก ต่อมาเด็กสาวชาวอเมิกันชื่อ Gertude Ederle ได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2469
ทำเวลาได้ 14 ชั่วโมง 31 นาที โดยว่ายน้ำแบบท่าวัดวา (Crawl stroke) จะเห็นได้ว่าในชั่วระยะเวลา 50 ปี การว่ายน้ำได้วิวัฒนาการ ก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้าหากได้พิจารณาถึงเวลาของคนทั้งสองที่ทำได้
แบบและวิธีว่ายน้ำได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความเร็วขึ้นเสมอ ในบรรดานักว่ายน้ำทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวแลนเคเชียร์และออสเตรเลีย ได้ดัดแปลงวิธีว่ายน้ำแบบทรัดเจน ซึ่งก็ได้รับผลดีในเวลาต่อมา
กล่าวคือ Barney Kieran ชาวออสเตรเลียและ T.S. Battersby ชาวอังกฤษ ได้ว่ายน้ำแบบที่ปรับปรุงมาจากทรัดเจน เป็นผู้ครองตำแหน่งชนะเลิศของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2449-2451

Alex Wickham ชาวเกาะโซโลมอนเป็นผู้ริเริ่มการว่ายน้ำแบบท่าวัดวา และเป็นผู้ครองตำแหน่งชนะเลิศของโลก ระยะทาง 50 หลา เขาได้กล่าวว่าเด็กโซโลมอน ทุกคนว่ายน้ำแบบนี้ทั้งนั้น ต่อมาท่าว่ายน้ำแบบวัดวาจึงเป็นที่นิยมฝึกหัดกันโดยทั่วไป

กีฬาว่ายน้ำได้จัดเข้าไว้ในการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อปี พ.ศ.2436 และได้จัดการแข่งขันมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุดังกล่าวกีฬาว่ายน้ำก็ได้รับความสนใจจากคนทั่วไป และถื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก มีการพัฒนากีฒสว่ายน้ำ
ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเป็นลำดับ โดยมีผู้คิดแบบและประเภทของการว่ายน้ำเพื่อความสนุกสนาน และความตื่นเต้นในการแข่งขันมากขึ้น

สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้จะทะเบียนสมาคมต่อกรมตำรวจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2502 ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมว่ายน้ำคนแรกคือ พลเรือโท สวัสดิ์ ภูติอนันต์ ร.น. ในปีเดียวกันนี้สมาคมว่ายน้ำ
ได้เข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์วายน้ำนานาชาติ

ในปี พ.ศ. 2504 รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐานขนาดความยาว 50 เมตร กว้าง 25 เมตร พร้อมทั้งที่กระโดดน้ำ และอัฒจันทร์คนดูจำนวน 5,000 ที่นั่ง
ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ และเปิดใช้ในการแข่งขัน
มื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2506 เรียกว่า สระว่ายน้ำโอลิมปิก(ปัจจุบันได้เปลี่ยน ชื่อเป็นสระว่ายน้ำวิสุทธารมย์) และสมาคมว่ายน้ำได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำแห่งเอเซียในปี พ.ศ.2509

ปัจจุบันกีฬาว่ายน้ำได้รับความสนใจจากประชาชนโดยทั่วไปอย่างกว้างขวาง ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุกีฬาว่ายน้ำไว้ในหลักสูตรเกือบทุก ระดับ โดยในปัจจุบันมีจำนวนสโมสร
ที่เป็นสมาชิกของสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทยถึง 56 สโมสร

 

 

Create Date : 31 มีนาคม 2550
Last Update : 31 มีนาคม 2550 14:18:25 น.  
122 comments
Counter : 15681 Pageviews.

วิทยาศาสตร์เข้ม

posted on 30 Sep 2008 15:21 by wertyuio
ไฟฟ้า คือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนบนผิวของตัวนำ ซึ่งตัวอิเล็กตรอนจะถูกผลักด้วยสนามแม่เหล็กให้เคลื่อนที่หลุดออกมาจากวงโคจรของอะตอมของโลหะ (เช่น ทองแดง) อย่างต่อเนื่อง เมื่อเอาตัวนำที่มีอิเล็กตรอนไหลผ่านมาต่อให้ครบวงจรจะมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น
การกำเนิดไฟฟ้า เกิดจากการนำเอาขดลวดตัวนำและสนามแม่เหล็กมาเคลื่อนที่ตัดกัน และมีอิเล็กตรอนไหลออกมาจากตัวนำ (เรียกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ไฟฟ้าที่ได้จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะถูกแปลงให้เป็นไฟฟ้าแรงสูง (69 kV - 500 kV) ด้วยหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อให้สามารถส่งไปได้เป็นระยะทางไกลๆ เป็นร้อยเป็นพันกิโลเมตร โดยป้อนเข้าสายส่งไปที่สถานีไฟฟ้าปลายทาง และจะถูกแปลงให้เป็นแรงดัน 11 kV, 22 kV, 33 kV แล้วป้อนเข้าสายส่งระบบจำหน่ายเพื่อไปขายให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้าซื้อมาก็ต้องแปลงแรงดันลงมาเป็น 230 V/400 V เพื่อให้สามารถใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้
การทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จะต้องเอาพลังงานกล เช่น เครื่องยนต์ กังหันไอน้ำ กังหันก๊าซ กังหันน้ำ ฯลฯ ไปหมุนแกนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการหมุนของสนามแม่เหล็กและขดลวดตัวนำตัดกัน
รายละเอียดหาศึกษาได้จากทั่วๆไปเกี่ยวกับไฟฟ้า

หมายเลขคำตอบ 1173 | จากคุณ virat | 172.16.10.122 | เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 48 เวลา 15:48:45